“ ฮ่องกง ” สวรรค์ของนักชิม 

     
“ฮ่องกงเป็นสวรรค์ของนักชิม เพราะอาหารจีนที่อร่อยที่สุดคืออาหารกวางตุ้ง และคนฮ่องกงก็คือคนเชื้อสายกวางตุ้งที่ทำอาหารได้อร่อยขั้นเทพ มีให้เลือกมากมายตั้งแต่ถูกไปหาแพง ตั้งแต่ร้านริมถนนไปถึงภัตตาคารจีนหรูหราระดับ 3 ดาวมิชลิน”

       “ฮ่องกง” หนึ่งในดินแดนท่องเที่ยวสุดฮิตที่คนไทยคุ้นกันดี เพราะมีที่เที่ยวหลายสไตล์ ค่าใช้จ่ายไม่แพง ทั้งยังไปเที่ยวได้สะดวก ไม่ต้องมีวีซ่า เดินทาง 2 ชั่วโมงเศษก็บินถึงฮ่องกงแล้ว ซึ่งคนที่ไปเที่ยวฮ่องกงอาจจะไปแบบจองเอง-เที่ยวเอง หรือจะไปกับบริษัททัวร์ก็ได้
       จากอดีตหมู่บ้านชาวประมง “ฮ่องกง” กลายมาเป็นเมืองธุรกิจและเมืองท่องเที่ยวที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ นักท่องเที่ยวที่มาบรรจบกันที่ “ฮ่องกง” จึงมีทั้งที่มุ่งมาช้อปปิ้ง บ้างก็ตั้งใจมาทัวร์ไหว้พระ ชวนกันนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปไหว้พระใหญ่ (พระพุทธรูปเทียนถาน) บนยอดเขาบนเกาะลันตา ไปนมัสการเจ้าแม่กวนอิมที่ Repulse Bay สักการะเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่วัดหวังต้าเซียน ขณะที่บางคนมาเที่ยวแบบครอบครัวที่สวนสนุก ดิสนีย์แลนด์ สวนน้ำา Ocean Park พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ ฯลฯ และอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำาให้ฮ่องกงยิ่งมีแรงดึงดูดอย่างเหลือล้น คือ ที่นี่เต็มไปด้วยร้านอาหารรสเลิศ!

                                                       
      


       “ฮ่องกงเป็นสวรรค์ของนักชิม เพราะอาหารจีนที่อร่อยที่สุดคืออาหารกวางตุ้ง และคนฮ่องกงก็คือคนเชื้อสายกวางตุ้งที่ทำาอาหารได้อร่อยขั้นเทพ มีให้เลือกมากมายตั้งแต่ถูกไปหาแพง ตั้งแต่ร้านริมถนนไปถึงภัตตาคารจีนหรูหราระดับ 3 ดาวมิชลิน สามารถจัดทริป 2 คืน 3 วัน ไปช้อป ไปชิลล์ ทำาตัวสบายๆ แล้วเที่ยวชิมอาหารอร่อยที่ฮ่องกง ก็ได้ความประทับใจในอีกรูปแบบหนึ่ง” ว่าแล้วก็แนะนำร้านอร่อยและเมนูเด็ดแบบเรียงหน้ากระดาน เริ่มด้วยภัตตาคารขนาดย่อมสไตล์ฮ่องกงบ้านๆ เหมือนที่เห็นในหนังในซีรีย์ฮ่องกง ร้านนี้ชื่อ Sang Kee (ออกเสียงว่า ซางเก่) อยู่บนถนนเฮนเนสซี่ (Hennessy Road) ย่านหว่านใจ๋ (Wan Chai) ฝั่งฮ่องกง เป็นร้านดังในหมู่ชาวฮ่องกง

                                                        


       “เมนูอร่อยของร้าน Sang Kee มีไก่อบเกลือนุ่มๆ หนังกรอบนอกนุ่มใน เมนูงานมงคลของคนฮ่องกง กุ้งผัดซีอิ๊วและเกลือกับต้นหอมที่อร่อยสดมาก เต้าหู้น้ำาแดงอร่อยมากๆ และเมนูเอกลักษณ์ที่ผมไม่เคยกินที่ร้านอื่น คือ ผักฉ่อยซำา (ก้านสีเขียวๆ) ราดด้วยผักตากแห้งหมุ่ยชอยชิ้นลูกเต๋าเล็กๆ ผัดกับหมูสับ เมนู
บ้านๆ ที่อร่อยอย่าบอกใคร ถ้าไปหน้าร้อนช่วงมิถุนายนถึงสิงหาคมให้สั่งต้มแตงแบบจีนกับซี่โครงหมูด้วย กินแล้วเย็นสบาย”ส่วนคนที่ชอบทานเป็ดย่างและติ่มซำอร่อยๆแนะนำา “ภัตตาคาร Lei Garden” ซึ่งมี 10 กว่าสาขา แต่สาขาที่คุณอิ๊งค์ชอบไปคือสาขาชั้นใต้ดิน B2 ของตึก Houston Centre ย่าน Tsim Sha Tsui East และที่ตึก Times Square ชั้น 10 รวมทั้งที่ตึก IFC ชั้น 3

                                                        

       “เป็ดย่างที่นี่หนังกรอบ ติ่มซำกวางตุ้งแท้ๆ อีกเมนูที่ขาดไม่ได้คือตีนไก่น้ำาแดงราดซอสเป๋าฮื้อ อร่อยจนยกนิ้วให้ และถ้าไปที่สาขา IFC Mall อย่าลืมแวะซื้อข้าวโพดคั่วรสคาราเมลกับรสชีสผสมกัน ของร้าน Garrett แล้วจะรู้ว่าความอร่อยของข้าวโพดถุงหลายร้อยบาทถึงเป็นพันบาทเป็นอย่างไร”และถ้าจะกินอาหารทะเลสดๆ อีกหนึ่งจุดหมาย “ต้องเข้าใจก่อนว่าสำาหรับคนฮ่องกง ความหมายของอาหารทะเลสดๆ คือยังว่ายน้ำาอยู่ แนะนำที่หมู่บ้านชาวประมงเหล่ย หยู่ หมุ่น (Lei Yue Mun) อยู่ด้านตะวันออกของอ่าววิคตอเรีย ฝั่งเกาลูน ร้านอร่อยคือ “Lung Tang” ไปแล้วต้องสั่งหอยงวงช้างซาซิมิกับจุ่มหม้อไฟ กุ้งมังกรอบเนย ปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว” ปิดท้ายด้วยเมนูขนมของหวานสไตล์ฮ่องกง คือ พุดดิ้งมะม่วง และทาร์ตไข่ ถ้าใครไม่ได้ชิมก็เหมือนไปไม่ถึงฮ่องกง !

                                                        


       “พุดดิ้งมะม่วง แนะนำาให้ไปที่ร้านสารพัดเมนู โจ๊ก บะหมี่ ของหวาน Sweet Dynasty ซึ่งเดี๋ยวนี้เขาย้ายร้านถัดไปอีก 2 ถนนจากเดิมอยู่ที่ Canton Road ตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่ Hankow Road แล้ว”และไหนๆ ไปย่านนี้แล้ว ใกล้ร้านขนม Sweet Dynasty มีโจ๊กอร่อยชื่อร้านเฉี่ยวฟะ (Chiu Fat) กั๊บไต๋โจ๊ก นั่นคือโจ๊กใส่เครื่องในชิ้นโตๆ ซึ่งขณะนี้ร้านเฉี่ยวฟะ ย้ายจาก Hankow Road มาอยู่ Lock Road ถัดไปอีก 1 ซอย คนไทยไปทานโจ๊กที่ร้านนี้ไม่ต้องกลัวงง เพราะเขามีเมนูภาษาไทยให้ด้วย ! ส่วนสาวก “ทาร์ตไข่” ต้องไปร้านของปรมาจารย์โอ หยัง ทิน หยุ่น แห่งร้านไต่เชิงเบเกอรี่ (Tai Cheong Bakery) เจ้าตำารับทาร์ตไข่สุดอร่อย หรือที่คนฮ่องกงเรียกว่า ต๋านทาร์ต อยู่ที่ Lyndhurst Terrace ฝั่งฮ่องกง ไม่ไกลจากร้านไต่เชิงเบเกอรี่ แนะว่ามีห่านย่างระดับเจ้าตำานาน เป็นร้านที่คนแน่นที่สุดในโลกชื่อ หย่งเก (Yung kee) ร้านนี้ขนาดว่ามีหลายชั้น จุคนได้ถึง 700 ที่นั่ง แต่คนที่ปรารถนาจะลิ้มความอร่อยของห่านย่างก็ยังต้องรอคิวนาน

                                
 
                 ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2556