ซากโบสถ์เซนต์ปอล มรดกโลกของมาเก๊า 
 
                     หากเอ่ยถึง "มาเก๊า" ( Macau ) คงจะไม่ได้มีชื่่อเสียงในเรื่องของการเป็นเกาะแห่งการพนัน "กาสิโน" หรือที่ได้รับการยกย่องให้เป็น "ลาสเวกัสแห่งเอเชีย" เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง  โดยเฉพาะ "ซากโบสถ์เซนต์ปอล" ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น"มรดกโลก" เมื่อหลายปีก่อน  แม้จะเหลือเพียงในส่วนของประตูทางเข้าด้านหน้า หลังจากที่ตัวอาคารถูกไฟไหม้เสียหายหมดสิ้นไปแล้ว ประวัติความเป็นมาของ "โบสถ์เซนต์ปอล" ถูกสร้างขึ้นปีค.ศ.1602 ออกแบบโดยพระนิกายเยซูอิตชาวอิตาเลียน โดยความช่วยเหลือของคริสเตียนชาวญี่ปุ่น เป็นโบสถ์คาทอลิกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชียในเวลานั้น  ตั้งอยู่ติดกับ วิทยาลัยเยซูอิตแห่งเซนต์ปอล์ เพื่อให้มิชชันนารีผู้เผยแผ่ศาสนาใช้เป็นที่เรียนภาษาจีนสู่แผ่นดินใหญ่ หลังจากนั้นวิทยาลัยแห่งนี้ถูกใช้เป็นค่ายทหารในช่วงที่มีการขับไล่บรรดาพระนิกายเยซูอิตออกไป  ต่อมาในปีค.ศ.1835 เกิดเหตุไฟไหม้ โดยเริ่มต้นจากในห้องครัว ก่อนที่ไฟจะลุกลามจนทำลายวิทยาลัยอย่างรุนแรงทำให้ตัวอาคารรอบโบสถ์พังทลายหมดสิ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งส่วนของบันไดทางขึ้น แต่ยังคงเหลือไว้เพียงด้านหน้าของตัวอาคารที่เป็นซากของประตูทางเข้าที่มีรายละเอียดของสถาปัตยกรรมในยุคนั้น

 
                      ต่อมาในปีค.ศ.1991 มีการบูรณะซ่อมแซมและจัดสร้างบริเวณด้านหลังของซากประตูโบสถ์ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศาสนา ซึ่งมีการรวบรวมภาพเขียนและอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบทางพิธีทางศาสนต่างๆ เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม  หลังจากนั้น "ซากโบสถ์เซนต์ปอล" ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งที่อยู่บนมาเก๊าในปีค.ศ.2005 กลายเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้ไปเยือนเกาะมาเก๊าได้เป็นจำนวนมาก  ด้วยมนต์เสน่ห์ของ "ซากโบสถ์เซนต์ปอล" ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความเป็นยุโรปได้ ผ่านทางมรดกโลกแห่งนี้ แม้จะอยู่ท่ามกลางบรรยากาศความเป็นเอเชียแบบชาวจีนในย่านการค้าที่มีนามว่า "จัตุรัสเซนาโด้" ซึ่งอยู่บริเวณใจกลางของเกาะมาเก๊า